Au Pair Ning + Portland,Oregon PDF พิมพ์ อีเมล์
เขียนโดย Administrator   
Thursday, 26 June 2008

 

สวัสดีคะ น้องๆ ทุกคนที่สนใจโครงการออแพร์ หรือสนใจไปใช้ชีวิตในต่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ชีวิตให้ตัวเอง

วันนี้ ลิฟแอนด์เลิร์นได้มีโอกาสคุยกะน้องหนิง เสาวนีย์ จันทร์อินทร์ อดีตแม่พิมพ์ของชาติ ที่กำลังเรียนรู้ชีวิตนักเรียนนอกอยู่ที่เมือง พอร์ทแลนด์ รัฐออเรกอน ประเทศสหรัฐอเมริกา ในเวลานี้ และพี่ๆ ก็ต้องขอบคุณน้องหนิง ที่มีน้ำใจนำประสบการณ์ตัวเองมาแชร์กับเพื่อนๆ ด้วย

น้องหนิงก็เป็นหนึ่งในน้องๆ ผู้ที่มีโอกาสดีๆ ในชีวิต ที่มีโอกาสในการไปใช้ชีวิต และหาความรู้ในต่างประเทศ และเราก็หวังว่า วันข้างหน้า ประเทศไทยของเราจะได้มีแม่พิมพ์ของชาติที่มีคุณภาพสำหรับเด็กๆ ของเรากันนะคะ ลองมาอ่านดูความคิดเห็นดีๆ จากน้องหนิงกันเลยดีกว่าคะ

 

พี่ตาล: ทำไมหนิงถึงอยากเป็นออแพร์ละ ?

หนิง: เอาแบบจริงๆเลยมั้ยคะ  ตอบแบบตรงๆเลยนะคะ เพราะว่าอยากพัฒนาภาษาค่ะ ได้มาเที่ยวอเมริกาด้วยค่ะ  แล้วก็ได้เงิน  โดยส่วนตัวแล้วเป็นครู  ก็เหมือนกับมาศึกษาการเลี้ยงดูเด็กที่นี่ด้วยค่ะ ว่าเค้าเลี้ยงดูกันแบบไหนได้เพื่อนต่างชาติ  ได้ประสบการที่หาไม่ได้ง่ายๆ   อยากได้ประสบการณ์ชีวิต    (ตรงสายดีมากเลยนะเนี่ย)

 

พี่ตาล: พอได้มาอยู่ที่นี่จริงๆ แล้ว ต่างจากที่คิดตอนแรกยังไงบ้างอะ ?

นิง: ต่างค่ะ ต่างมาก เพราะดีกว่าที่คิดไว้เยอะค่ะ (จริงๆ หรอ) ครอบครัวที่ได้อยู่ด้วย โฮสดีมาก ใจดีมาก ดูแลเราเหมือนญาติเลย  เป็นเรื่องที่น่าแปลกค่ะ  ที่คนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน  จะมาอยู่ร่วมบ้านหลังเดียวกัน  แล้วดำเนินชีวิตด้วยกันอย่างมีความสุข  ถึงแม้ว่า  อาจจะคิดถึงบ้านบ้างก็ตาม  แต่ก็ทำให้เราได้รู้จักการปรับตัว  เพื่อที่จะอยู่ร่วมกับคนอื่น  พี่ตาล: ฟังดูแล้วมีความสุขจังเลยนะ.(^_^)

 

พี่ตาล :แต่ในขณะที่เราอยู่ที่โน่น เราก็จะได้ยินเพื่อนหลายคนอาจจะไม่ค่อยประสบความสำเร็จในโครงการเหมือนเรา อยากรู้ว่าเรามีมุมมองตรงนี้อย่างไรบ้างคะ ?

หนิง : เอ่อ..  เพื่อนที่ไม่ประสบผลสำเร็จอาจมีปัญหาแตกต่างกันไปนะคะ  บางคนอาจจะเป็นคนที่ปรับตัวยาก  ไม่อดทน  อาจจะมองว่าเป็นออแพร์ต้องสบายมาก  อาจจะมองจุดประสงค์ของโครงการผิด บางกรณีก็อาจจะไม่ได้อยากมาเป็นออแพร์  แต่มาเพื่อวัตถุประสงอื่นด้วยความเจตนาส่วนใหญ่ แล้วคิดว่าปัญหามาจากตัวบุคคลมากกว่า (อาจจะจากเราหรือจากโฮสก็ได้นะ) ไม่ใช่จากโครงการ  เพราะทางโครงการมีกฎระเบียบไว้อย่างชัดเจนแล้วค่ะ

 

พี่ตาล: หนิงมีเทคนิคพิเศษอะไรให้โฮสรักรึเปล่าคะ เพื่อนๆ คนอื่นที่จะต้องไปอยู่กับโฮสแฟมิลี่อาจจะอยากทราบบ้าง ?

หนิง:  ไม่มีค่ะ ใช้ความเป็นไทยมั้งคะให้ความเคารพ อดทน หนักนิดเบาหน่อยก็ช่วยเหลือกันค่ะพูดกันเมื่อไม่เข้าใจ (สำคัญมากๆ ข้อนี้)เพราะว่าการสื่อสารสำคัญมากค่ะบางทีเราอาจจะฟังไม่รู้เรื่อง  ก็ต้องถามให้เคลียว่าเค้าต้องการอะไร  อย่างไร

 

พี่ตาล: ส่วนของเด็กละคะ มีเทคนิคอะไรในการให้น้องรัก และเชื่อฟังคะ ?

หนิง: เทคนิคหรอคะ พอดีว่าได้น้องที่ค่อนข้างเด็กค่ะ ก็อาศัยเล่นด้วย ทำกิจกรรมด้วยกันตลอด ไม่ถือว่าเป็นเทคนิคอ่ะค่ะ  เพราะว่าเด็กวัยสาม-สี่ขวบ ชอบเล่น ชอบใช้พลัง

 

พี่ตาล: เด็กวัยนี้ซนทั้งวันเลยแหละ ปกติมาก ไม่ซนสิ น่าสงสัย ?

หนิง: ค่ะ เราต้องมีพลังที่จะเล่นกะเค้า แล้วก็ต้องใช้เหตุผลค่ะ เด็กที่นี่เราไม่ตี ต้องมีความอดทน แล้วก็ต้องเข้าใจว่าเด็กยังไงก็เป็นเด็กค่ะ

 

พี่ตาล: แล้วการที่เราภาษาอังกฤษดี มีส่วนช่วยเรามากน้อยแค่ไหน ?

หนิง: มากค่ะ ช่วยได้มาก อันนี้หมายถึง ตอนอยู่ที่นี่ก็ช่วยได้มากค่ะ อย่างบางทีเราหลงทาง รึว่าบางครั้งอาจจะต้องไปสถานที่ราชการ เช่น  ทำใบขับขี่  แล้วก็ยังสร้างเพื่อนได้ด้วยค่ะ ที่สำคัญเลยก็คือ  ตอนที่เรียนค่ะทำให้เรียนเข้าใจมากขึ้นค่ะ  เข้าใจว่าอาจารอธิบายว่าอะไร สั่งให้เราทำงานอะไร ที่สำคัญที่สุดสื่อสารกะโฮสได้เข้าใจไม่ผิดพลาดค่ะ

 

พี่ตาล: ในฐานะที่เป็นคนหนึ่ง ที่ได้ไปอยู่ต่างประเทศ คิดว่า มุมมองชีวิตของเราต่างจากที่ตอนที่เรายังไม่เคยไปต่างประเทศมั้ยคะ ?

หนิง : มุมมองชีวิต ต่างนะคะ เพราะว่าที่นี่ทุกคนอยู่ภายใต้กฎระเบียบเดียวกัน  ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนมีความปลอดภัยในชีวิตสูงกว่าที่เมืองไทย มีความสะอาด  เป็นระบบทุกอย่าง ชอบกฎหมายที่นี่มากที่สุดค่ะ คนที่นี่ทุกคนมีความเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะทำงานอะไร  อายุเท่าไร  มีความเสมอภาคมากค่ะ แต่ถึงอย่างไรก็ยังรักเมืองไทยคะ

 

** ฟังน้องหนิงกันมาแล้ว ใครอยากมีประสบการณ์อันล้ำค่าแบบนี้บ้าง อย่ารอช้า โอกาสและเวลาไม่รอใคร เมื่อผ่านไปแล้วเราจะมาเสียดายทีหลัง ลองโทรมาปรึกษาพี่ๆ ดูได้ เพื่อที่เราจะช่วยมองหาโปรแกรมที่เหมาะสมกับน้องๆ แต่ละคนคะ

 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Friday, 26 December 2008 )
 
< ก่อนหน้า