| VISA USA |
|
|
|
| เขียนโดย Administrator | |
| Monday, 16 June 2008 | |
|
ขั้นตอนและบริการการขอวีซ่าในประเทศไทย ในวันที่ 19 มกราคม 2549 สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาจะเริ่มใช้ระบบข้อมูลวีซ่าและขั้นตอนการนัดวันสัมภาษณ์โดยจะต้องทำการนัดหมายผ่าน "บริการเว็บไซต์และ Call Center สำหรับข้อมูลด้านวีซ่าและจองวันสัมภาษณ์" ทางอินเตอร์เน็ตหรือทางโทรศัพท์ในการใช้บริการนี้จะต้องซื้อรหัสประจำตัว (PIN) ทางอินเตอร์เน็ตหรือทางโทรศัพท์โดยหักเงินทางบัตรเครดิตหรือจ่ายเงินผ่านที่ทำการไปรษณีย์ที่ร่วมโครงการ สามารถใช้รหัสประจำตัว (PIN) หาข้อมูลด้านวีซ่าและจองวันสัมภาษณ์เพื่อขอวีซ่าชั่วคราวสำหรับสมาชิกใน ครอบครัวที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันไม่เกิน 5 คน
ประกาศจากสถานทูตสหรัฐฯ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2553 จะเริ่มใช้ฟอร์มการสมัครวีซ่าแบบใหม่เป็น DS-160 เป็นระบบอิเลคทรอนิกส์ ตามคำสั่งของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ โดยผู้สมัครขอวีซ่าต้องเตรียมเอกสารให้เรียบร้อย เพราะจะต้องนำข้อมุลของผู้สมัครมากรอกออนไลน์ให้เสร็จสมบูรณ์ จากนั้นจึงทำการจองสัมภาษณ์วีซ่ากับทางสถานทูตได้คะ และตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2553 ค่าธรรมเนียมวีซ่าปรับเป็น 4,620 บาท
การซื้อรหัสประจำตัว (PIN) สามารถซื้อรหัสประจำตัว (PIN) ได้โดยตรงทางเว็บไซต์หรือผ่าน Call Center โดยใช้บัตรเครดิต Visa หรือ MasterCard รหัสประจำตัว (PIN) • บริการทางเว็บไซต์: ที่อยู่เว็บไซต์: http://thailand.us-visaservices.com (เข้าไปนัดหมายวันสัมภาษณ์) • บริการทางโทรศัพท์ (Call Center): หมายเลขโทรศัพท์: 001-800-13-202-2457 ที่ทำการไปรษณีย์ ท่านสามารถใช้เงินสดซื้อรหัสประจำตัว (PIN) ณ ที่ทำการไปรษณีย์ที่ร่วมโครงการ รหัสประจำตัว (PIN) นี้สามารถใช้ได้หลัง เวลา 13.00 น. ในวันทำการถัดไป
ขั้นตอนใหม่ในการขอวีซ่า 1. ชำระค่าธรรมเนียมในการยื่นคำร้องขอวีซ่า (โปรดเช็คอัตราแลกเปลี่ยนก่อนชำระ) ณ ที่ทำการไปรษณีย์ที่ร่วมโครงการ ตามสาขาต่างๆ ที่ระบุใน http://bangkok.usembassy.gov 2. ซื้อรหัสประจำตัว (PIN) ได้โดยตรงทางเว็บไซต์หรือผ่าน Call Center โดยใช้บัตรเครดิต หรือใช้เงินสดซื้อรหัสประจำตัว (PIN)ณ ที่ทำการไปรษณีย์ที่ร่วมโครงการ • บริการรหัสประจำตัว (PIN) ทางเว็บไซต์ • บริการรหัสประจำตัว (PIN) ทางโทรศัพท์ 3. จองวันสัมภาษณ์ทางเว็บไซต์หรือทางโทรศัพท์สำหรับสมาชิกครอบครัวที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันไม่เกิน 5 คน (สามี ภรรยา บิดา มารดา บุตร พี่หรือน้อง) 4. หาข้อมูลจาก • เว็บเพจของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา และสถานกงสุลฯ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ http://bangkok.usembassy.gov • อีเมลถึง อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปเพื่ออ่านมันได้ และ อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปเพื่ออ่านมันได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ • เว็บไซต์เพื่อให้ข้อมูลด้านวีซ่าและจองวันสัมภาษณ์ ภายในเวลา 90 วันหลังซื้อรหัสประจำตัว (PIN) สำหรับบริการข้อมูลด้านวีซ่าและจองวันสัมภาษณ์ทางเว็บไซต์ • Call Center เพื่อให้ข้อมูลด้านวีซ่าและจองวันสัมภาษณ์ สามารถโทรศัพท์ติดต่อสอบถามได้ 2 ครั้ง เมื่อซื้อรหัสประจำตัว (PIN) สำหรับบริการข้อมูลด้านวีซ่าและจองวันสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ 5. เตรียมเอกสารและรูปถ่ายตามที่กำหนด 6. เฉพาะผู้ขอวีซ่าที่จังหวัดเชียงใหม่ ซื้อซองไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ณ ที่ทำการไปรษณีย์แม่ปิง ราคา 50 บาท 7. ถือเอกสารที่เตรียมไว้ไปที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา หรือสถานกงสุลฯ ตามวัน-เวลาสัมภาษณ์ที่นัดหมาย 8. เฉพาะผู้ขอวีซ่าในกรุงเทพมหานคร ซื้อซองไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ที่สถานทูตฯ ราคา 70 บาท 8.1 เมื่อไปถึงสถานฑูต (ก่อนเข้าสัมภาษณ์) ผู้เดินทางต้องเข้าแถวซื้อซองไปรษณีย์ที่กรมไปรษณีย์ บริเวณห้องโถงรับรองของ สถานฑูตและกรอกฟอร์มขอใช้บริการส่งหนังสือเดินทางคืนทางไปรษณย์( Courier Pass Back) และแนะนำให้ไปก่อนเวลานัดสัมภาษณ์ประมาณ 1 ชั่วโมงเพราะคิวจะค่อนข้างยาว (จะไปซื้อซอง หรือกรอกฟอร์มขอใช้บริการนี้ ที่ไปรษณีย์อื่นไม่ได้) 8.2 หลังซื้อซองเสร็จแล้ว ให้เข้าคิวต่อที่หน้าต่างเบอร์ 3 เพื่อรับเบอร์เรียกเข้าสัมภาษณ์ 8.3 รอเรียกเข้าสัมภาษณ์ตามคิว โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจเช็คเอกสาร,สัมภาษณ์ และหากวีซ่าผ่านก็จะสแกนลายนิ้วมือ (FINGER SCAN) ของนิ้วชี้ข้างซ้าย และนิ้วชี้ขวา แต่ถ้าวีซ่าไม่ผ่านเจ้าหน้าที่ก็จะส่งคืนเอกสารเลย (สถานฑูตจะพิจารณาตามเอกสารที่ผู้เดินทางกรอกใน (DS 160 ) และ เอกสารที่นำไปประกอบ 9. หนังสือเดินทางทุกเล่มจะส่งคืนทางไปรษณีย์ภายใน 3 วันทำการ (ไม่นับวันสัมภาษณ์) เช่นสัมภาษณ์วันศุกร์ สถานฑูตจะส่งพาสปอร์ตให้ไปรษณีย์ประมาณวันพุธถัดไป (2-3 วันทำการ) และไปรษณีย์ใช้เวลาส่ง EMS อีกประมาณ 1-2 วัน รวมเวลาได้รับพาสปอร์ตคืน ประมาณ 5 วันทำการ (สถานที่ที่ให้จัดส่งพาสปอร์ตจะต้องเป็นที่ที่มีผู้เซ็นต์รับเอกสารด้วย มิฉนั้นไปรษณีย์จะตีคืน แล้วต้องนำใบรับไปติดต่อรับเองที่ไปรษณีย์เอง) Click >> ค่า SEVIS FEE ของวีซ่าแต่ละประเภทสถานกงศุลสถานฑูตสหรัฐอเมริกา เลขที่ 95 ถนนวิทยุ ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 โทรศัพท์: 02-205-4000 |
|
| แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Wednesday, 09 June 2010 ) |
| ถัดไป > |
|---|



